Thursday, June 21, 2012
Bastille Day
Friday, June 15, 2012
เตือน "ซูชิ" มีคอเลสเตอรอล - สารปรอท
หลุยส์ ซัตตัน แห่งมหาวิทยาลัยลีดส์ เมโทรโพลิแทน บอกว่า ซูชิซึ่งมีทั้งหน้าปลาดิบ ไข่ หรือผัก อาจมีคอเลสเตอรอล เกลือ พยาธิตัวกลม สารปรอท และแบคทีเรีย ฉะนั้นควรเลือกกินอย่างชาญฉลาด
คอเลสเตอรอล : ไข่ปลาค็อดที่แนมมากับซูชินั้น มีกรดไขมันโอเมกา-3ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจ แต่ไข่ปลาก็มีคอเลสเตอรอลสูง จึงไม่ควรกินคราวละมากๆ หรือกินบ่อยๆ หากเป็นคนที่มีคอเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว ผู้ป่วยโรคเกาต์ไม่ควรกินซูชิเพราะมีกรดยูริกสูง ซึ่งจะทำให้อาการกำเริบ
เกลือ : แม้ซูชิมีเกลือน้อย แต่ถ้าจิ้มซอสถั่วเหลืองจนชุ่มก็จะเป็นการเพิ่มเกลือ ซอสที่ใส่มาในถุงพร้อมซูชินั้น มีเกลือ 1กรัม คน เราไม่ควรได้รับเกลือเกินวันละ 6กรัม ฉะนั้น คนที่มีความดันโลหิตสูงจึงควรหลีกเลี่ยงซอสถั่วเหลือง หรือคนที่แพทย์แนะนำให้ กินอาหารที่มีเกลือน้อย
พยาธิตัวกลม : รายงานวิชาการสองชิ้น ซึ่งนำเสนอต่อที่ประชุมของสมาคมศาสตร์ว่าด้วยกระเพาะอาหารและลำไส้อเมริกัน เมื่อ เร็วๆ นี้ บอกว่าพบพยาธิตัวกลมในซูชิ เมื่อถูกย่อยในทางเดินอาหารของมนุษย์ ตัวอ่อนของพยาธิตัวกลมจะเกาะเข้ากับเยื่อบุกระ เพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ และท้องร่วง ปลาดิบที่จะนำมาทำซูชิควรแช่แข็งที่อุณหภูมิลบ 20องศา เซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 24ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้พยาธิตาย
สารปรอท : เมื่อปีที่แล้ว ผลวิจัยในวารสาร Biology Letters ในอังกฤษ เปิดเผยว่า ซูชิหน้าปลาทูน่าซึ่งมีขายตามร้านอาหารและ ซูเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐ มีสารปรอทสูงเกินระดับมาตรฐานด้านสาธารณสุข หากได้รับสารปรอทมากเกินไปจะส่งผลต่อระบบ ประสาท เช่น อัมพาตสมอง หูหนวก ตาบอด ดังนั้นหญิงมีครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงปลาบางชนิด เช่น เนื้อปลาทูน่าสด
แบคทีเรีย : แบคทีเรียที่พบบ่อยในซูชิเป็นชนิด สตาไฟโลค็อกคัส ออรีอุส ซึ่งเจอในข้าวมากกว่าในปลาดิบ หากข้าวปั้นถูกทิ้ง ไว้ที่อุณหภูมิห้อง แบคทีเรียในข้าวจะแบ่งตัว และเสี่ยงต่อโรคอาหารเป็นพิษ
การเลือกซื้อควรเลือกซูชิที่สดใหม่ กินหมดภายในเวลาที่กำหนด และเก็บแช่ในตู้เย็น
ที่มา ... ไทยโพสต์
Wednesday, May 30, 2012
ข้าวหนึ่งเมล็ด ประกอบด้วยอะไร
ที่มา : นิตยสาร HEALTH & CUISINE
Thursday, May 17, 2012
เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล ที่คุณใส่ ทำมาจากอะไร?
บางตัวนิ่ม บางตัวบาง บางตัวหนา บางตัวแข็ง หรือว่ารีดง่าย รีดยาก
เรามาทำความรู้จักกับชนิดของผ้าแบบหลักๆ ที่ใช้ทำเสื้อเหล่านี้กันดีกว่า
วัสดุหลักๆที่ใช้ทำ เสื้อยืด เสื้อโปโล หรือ เสื้อเชิ้ต นั้นโดยทั่วๆไป จะมี 2 อย่างคือ ผ้าย หรือ cotton ที่ทำมาจากต้นฝ้าย กับ polyester ที่เป็นเส้นด้ายสังเคราะห์ ซึ่งแต่ละแบบจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
ทำให้เกิดผ้าแบบต่างๆดังในตาราง
ชนิดผ้า
|
คุณลักษณะการใช้งาน
| |
ข้อดี
|
ข้อเสีย
| |
ผ้า TK
ทำจาก Polyester 100%
|
รีด
ง่าย ไม่ยับ ไม่หด ไม่ย้วย ราคาไม่แพง นิยมใช้กันมากที่สุด
เหมาะนำมาทำเสื้อเพื่อส่งเสริมการขายหรือเสื้อกีฬาสี
ที่ไม่เน้นคุณภาพมากนัก
|
เนื้อผ้าค่อนข้างกระด้างและระบายความร้อนได้ไม่ดีนัก และขึ้นขนง่ายกว่าชนิดอื่น
|
ผ้า TC
ทำจาก Polyester 65% + Cotton35%
|
ผ้า
ชนิดนี้มีคุณสมบัติดีกว่าผ้า TK เนื่องจากมีส่วนผสมของ Cotton 35%
จะทำให้สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดีกว่าผ้าชนิดแรก เนื้อนุ่มน่าใส่
รูปทรงคงตัวได้ไม่หดหรือย้วย เหมาะสำหรับทำเสื้อฟอร์มให้พนักงานบริษัท
เสื้อทีม เสื้อกีฬา เสื้อสมาคม ชมรม ผ้าชนิดนี้มีอายุการใช้งานนานกว่า TK
|
ราคาค่อนข้างสูง อาจขึ้นขุยได้
|
ผ้า CVC
ทำจาก Polyester 20% + Cotton 80%
|
ผ้า
ชนิดนี้มีส่วนผสมของ Cotton มาก ทำให้สวมใส่สบาย ไม่ร้อน ระบายอากาศได้ดี
เนื้อนุ่ม น่าใส่ ลายของผ้าจะมีเนื้อละเอียดมาก
ผ้าชนิดนี้นิยมนำมาทำเสื้อโปโลของแบรนด์ที่ขายตามห้างสรรพสินค้า
อีกทั้งบริษัทดังๆนิยมนำมาทำเสื้อให้พนักงาน และผ้าชนิดนี้ไม่หด ไม่ย้วย
ขนขึ้นยากกว่าเนื้อผ้าชนิดอื่น ใส่แล้วจึงสวยกว่าผ้าชนิดอื่น
|
ราคา ค่อนข้างสูงกว่าผ้าชนิดอื่น เนื่องจากมีส่วนผสมของ Cotton มากกว่าชนิดอื่นๆ
|
ผ้า Cotton 100%
|
มีความยืดหยุ่นสูง เนื้อผ้าเนียนนุ่ม ระบายอากาศดีที่สุด สวมใส่สบาย ได้รูปทรงสวย
|
มีโอกาสย้วยสูง รีดยากกว่าผ้าชนิดอื่น
|
Thursday, May 3, 2012
10 อันดับสุดยอดการกัดของสิ่งมีชีวิต
อันดับ 10
อันดับ 9
อันดับ 7
อันดับ 6
อันดับ 5
อันดับ 4
อันดับ 3
อันดับ 2
อันดับ1
Saturday, April 28, 2012
Shoe
History
Since the mid-20th Century, advances in rubber, plastics, synthetic cloth, and industrial adhesives have allowed manufacturers to create shoes that stray considerably from traditional crafting techniques. Leather, which had been the primary material in earlier styles, has remained standard in expensive dress shoes, but athletic shoes often have little or no real leather. Soles, which were once laboriously hand-stitched on, are now more often machine stitched or simply glued on.
Wednesday, April 11, 2012
Henry VIII
Henry VIII (28 June 1491 – 28 January 1547) was King of England from 21 April 1509 until his death. He was Lord, and later King, of Ireland, as well as continuing the nominal claim by the English monarchs to the Kingdom of France. Henry was the second monarch of the House of Tudor, succeeding his father, Henry VII.
Besides his six marriages, Henry VIII is known for his role in the separation of the Church of England from the Roman Catholic Church. Henry's struggles with Rome led to the separation of the Church of England from papal authority, the Dissolution of the Monasteries, and establishing himself as the Supreme Head of the Church of England. Yet he remained a believer in core Catholic theological teachings, even after his excommunication from the Catholic Church.Henry oversaw the legal union of England and Wales with the Laws in Wales Acts 1535–1542.
Henry was considered an attractive, educated and accomplished king in his prime and has a reputation as "one of the most charismatic rulers to sit on the English throne". Besides ruling with absolute power, he also engaged himself as an author and composer. His desire to provide England with a male heir—which stemmed partly from personal vanity and partly because he believed a daughter would be unable to consolidate the Tudor Dynasty and the fragile peace that existed following the Wars of the Roses—led to the two things for which Henry is remembered: his six marriages, and the English Reformation, making England a mostly Protestant nation. In later life he became morbidly obese and his health suffered; his public image is frequently depicted as one of a lustful, egotistical, harsh, and insecure king.














.jpg)