Monday, September 26, 2011

ปลาย่างและปลาอบดีต่อหัวใจ


ผลการวิจัยเสนอแนะให้เราเลือกรับประทานปลาย่างและปลาอบ แทนที่จะทานปลาทอดกรอบที่ส่งผลเสียต่อหัวใจ

ถ้า คุณกำลังคิดเมนูสำหรับอาหารเย็นของวันนี้อยู่ว่าจะทำอะไรดี ก็ลองอ่านผลการวิจัยนี้ดูก่อน เพราะผลวิจัยระบุเอาไว้ว่าการรับประทานปลาย่างและปลาอบสัปดาห์ละ 5 ครั้ง จะช่วยลดโอกาสในการเกิดหัวใจล้มเหลวได้มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์

ส่วน ใครที่ยังนิยมชมชอบการรับประทานปลาทอดอยู่นั้น ข่าวร้ายก็คือ การรับประทานปลาทอดกรอบเพียงแค่สัปดาห์ละครั้ง ก็มากพอที่จะไปเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดหัวใจล้มเหลวได้ถึง 48 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

การศึกษาครั้งนี้ทำขึ้นในสหรัฐอเมริกา และมีการเปิดเผยผลการศึกษาในวันที่ 14 พฤษภาคม โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับการรับประทานปลาชนิดต่างๆ ว่ามีผลแตกต่างกันอย่างไร โดยชนิดของปลาที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่ควรรับประทานก็คือปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล และปลาทะเล ดีกว่าที่จะเลือกรับประทานปลากระพง ปลาค็อด ปลาตาเดียว และปลาทูน่า โดยที่ปลาที่มีสีเข้มกว่าจะมีกรดไขมันโอเมก้า-3 มากกว่า และมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจมากกว่าปลาประเภทอื่นเช่นกัน

ใน การวิจัยที่ใช้เวลาถึง 10 ปีนี้ นักวิจัยจาก Northwestern University Feinberg School of Medicine ในชิคาโก เก็บข้อมูลจากผู้หญิงที่อยู่ในวัยหลังหมดประจำเดือน 84,493 คน

ส่วน การวิจัยที่ผ่านมาก็เคยมีการพบความเกี่ยวข้องระหว่างกรดไขมันโอเมก้า-3 ในปลา และการช่วยลดอาการอักเสบและช่วยทำให้ความดันโลหิตดีขึ้น และการวิจัยก่อนหน้านี้ก็ยังเคยระบุอาไว้ว่าปลาทอดจะเพิ่มกรดไขมันทรานส์ใน อาหาร ซึ่งก็จะนำไปสู่การเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจนั่นเอง

เพราะ ฉะนั้นหากคุณคิดว่าจะเพิ่มปลาเข้าไปในเมนูอาหารประจำสัปดาห์แล้วล่ะก็ มีตัวช่วยมากมายที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการหาซื้อปลาที่ดีต่อ สุขภาพ โดยหนึ่งในนั้นก็คือ Blue Ocean Institute ซึ่งเป็นองค์กรที่จะเสนอแนะทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับการวางแผนเมนูอาหาร และมีคู่มือให้ความรู้ให้เลือกดาวน์โหลด โดยที่ในคู่มือก็จะประกอบด้วยภาพของปลาสายพันธุ์ต่างๆ การเปรียบเทียบระหว่างปลาเลี้ยงและปลาในธรรมชาติ โดยจะระบุถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพด้วย และทั้งหมดนี้สามารถเข้าไปหาเพิ่มเติมได้ที่ blueocean

Monday, September 19, 2011

ชีส

ชีสนั้นมีคุณค่าทางอาหารไม่น้อยเพราะชีสนั้นทำมาจากนม 100% เต็ม ได้แก่ นมวัว นมแกะ และนมแพะ

ชีสที่ทำจากนมวัว เป็นชีสที่คนนิยมมากที่สุดโดยชีสที่ทำจากนมวัวนั้นยังแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือทำจากนมสด และทำจากนมพาสเจอร์ไรซ์

เขาทำชีสกันอย่างไร?

การทำชีส จะนำน้ำนมจาก วัว แพะ หรือ แกะ นำมาใส่สารเคมีเพื่อแยกนมออกจากน้ำ (ในน้ำนมจะประกอบด้วยน้ำ 85% และนม 15%) และใส่สารเพื่อทำให้ชีสมีสภาพความสดได้นาน ตัวนมที่แยกน้ำออก คือ ชีส นั่นเอง

ชีสที่นิยมของประเทศต่างๆดังนี้

-ชีสจากฝรั่งเศส เช่น Brie (บรี)

-ชีสจากอิตาลี เช่น Mozzarella (มอสซาเรลล่า)

-Parmigiano reggiano (พาร์มิจาโน เรจนิอาโน) หรือ พาร์มาซาน นั่นเอง

-ชีสจากอังกฤษ เช่น Cheddar (เชดดาร์)

-ชีสจากเนเธอร์แลนด์ เช่น Edam (อีดัม) Guada (เกาด้า)

Saturday, September 10, 2011

:: ความตกลงเชงเกน ::

ความตกลงเชงเกน (อังกฤษ: Schengen Agreement)





เป็นความตกลงระหว่างประเทศส่วนใหญ่ในทวีปยุโรปอันให้สัตยาบันเมื่อ พ.ศ. 2528 สาระสำคัญเป็นการอนุญาตให้สมาชิกในกลุ่มสามารถเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง ข้อตกลงนี้มีผลต่อประชากร 4,000,000 คนใน 24 ประเทศ (21 ธันวาคม พ.ศ. 2550) ครอบคลุมเนื้อที่ 4,268,633 ตารางกิโลเมตร (1,648,128 ตารางไมล์) นอกจากนั้นยังให้การอนุญาตชั่วคราวกับผู้ถือใบอนุญาตเชงเกน (Schengen Visa) มีสิทธิในการเดินทางได้ชั่วคราวในประเทศสมาชึกโดยถือใบอนุญาตใบเดียว ตามสนธิสัญญาอัมส์เตอร์ดัม (Treaty of Amsterdam) ข้อตกลงและตัดสินใจทุกข้อของความตกลงเชงเกนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายของสหภาพยุโรปประเทศที่ลงนามในความตกลงฉบับนี้มีด้วยกัน 30 ประเทศรวมทั้งประเทศในสหภาพยุโรปทุกประเทศ และประเทศนอกสหภาพอีก 3 ประเทศคือ ประเทศไอซ์แลนด์ ประเทศนอร์เวย์ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมี 26 ประเทศที่ใช้ความตกลงนี้ สหราชอาณาจักรยังมิได้ใช่กฏนี้ หลังจากที่มีการปฏิบัติข้อตกลงนี้ด่านหรือป้อมตรวจคนเข้าเมืองของประเทศที่อยู่ในเครือเชงเกนก็ถูกรื้อทิ้ง

Tuesday, August 30, 2011

เทคนิคจำศัพท์ภาษาอังกฤษ

จัดศัพท์เป็นหมวดหมู่ เช่น คำที่มีความสัมพันธ์กัน หรือมีความหมายตรงข้ามกัน จะช่วยให้จำศัพท์ได้ง่ายขึ้น อาจจดบันทึกใส่สมุดที่พกพาได้ เพื่อความสะดวกเมื่อต้องหยิบมาท่องในเวลาว่าง

นำศัพท์มาใช้บ่อย ๆ ทำให้เกิดความเคยชิน จะจำได้แม่นยำขึ้น จากนั้นลองแต่งประโยคจากคำเหล่านั้น เพื่อฝึกการเรียบเรียงประโยค

จำศัพท์จากการออกเสียง อาทิ คำที่ออกเสียงคล้าย ๆ กัน นอกจากจะช่วยให้นึกถึงความหมายได้ง่ายแล้ว ยังได้รู้หลักการออกเสียงที่ถูกต้อง

ท่องศัพท์ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 10 คำ และหมั่นทบทวนบ่อย ๆ ให้คุ้นเคย หากมีโอกาสสนทนากับคนพูดภาษาอังกฤษ ควรลองนำศัพท์ไปใช้ในสถานการณ์จริง

ฝึกฟัง-อ่านภาษาอังกฤษจากข่าวหรือหนังสือต่าง ๆ แล้วสังเกตหาศัพท์ที่เคยท่อง จะช่วยให้เข้าใจเรื่องราวโดยรวมของเรื่องที่อ่านได้เร็วขึ้น

Tuesday, August 23, 2011

แก้ง่วงยามบ่าย

ยามบ่ายวันทำงาน หลังทานอาหารอิ่ม ๆ สักพักความง่วงก็เข้าครอบงำ หลายคนพึ่งกาแฟร้อน ๆ สักถ้วยเป็นตัวช่วย ทั้งที่ก็ทราบกันดีว่าถ้าดื่มบ่อย ๆ จะไม่ดีต่อสุขภาพ วันนี้จึงมีเมนูอื่น ๆ มาเป็นตัวเลือก ยามร่างกายไม่กะปรี้กะเปร่า ง่วงเหงาหาวนอน มาฝาก

แค่ทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม เมื่อร่างกายรู้สึกอ่อนล้า ประโยชน์จากวิตามินซีจะช่วยต้านความเหนื่อยล้าที่มาจากความเครียดและกังวล ได้ หรือจะเป็นผลไม้ที่มีโครเมียม เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดและเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ซึ่งจะช่วยบรรเทาความง่วงได้อย่างดีเยี่ยม เช่น แอปเปิ้ล กล้วย ฯลฯ โดยเฉพาะแอปเปิ้ล มีน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวสูง ช่วยกระตุ้นความสดชื่นให้ร่างกาย แถมยังย่อยง่าย ร่างกายจึงสามารถดึงพลังงานออกไปใช้ได้แบบไม่ต้องรอ และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สามารถทานแทนกาแฟตอนเช้า ๆ ได้เลยทีเดียว

นอกจากนั้น อาหารจำพวกเมล็ดพืช เช่น ถั่ว งา ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ก็สามารถช่วยบำรุงประสาทและทำให้สดชื่นแจ่มใส ในช่วงบ่ายที่เริ่มรู้สึกง่วงนอนได้ เพราะอาหารประเภทนี้ มีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งสะสมโปรตีนอีกด้วย ซึ่งประโยชน์ก็คือช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายอย่างยิ่ง หรือจะลอง โอเมก้า 3 ไขมันจากปลา ก็ได้เช่นกัน เพราะสารอาหารพวกนี้ จะช่วยทำให้มีสมาธิสูงขึ้น และความจำดีขึ้น

Wednesday, August 10, 2011

ทำไมไม่สบายต้องให้น้ำเกลือ


ปกติแล้วร่างกายของคนเราจะเสียน้ำออกไปจากร่างกาย โดยการขับถ่ายเป็นน้ำปัสสาวะ หรือเป็นเหงื่อ หรือเป็นไอน้ำออกมาทางลมหายใจ รวมแล้วจะมีน้ำที่ขับออกมาจากร่างกายวันหนึ่งราว ๒ ลิตรครึ่ง เราจึงต้องการน้ำเข้าไปแทนที่โดยการดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ

แต่เมื่อผู้ป่วยเสียน้ำมากกว่าปกติ เช่น ท้องเดิน อาเจียน เหงื่อออกมาก ไข้สูง เสียเลือดจากอุบัติเหตุ เป็นต้น แพยท์จึงต้องให้น้ำเข้าไปทดแทน โดยให้น้ำเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง แต่เนื่องจากน้ำกับเลือดมีความเข้มข้นต่างกัน จึงเติมเกลือลงไปในน้ำ เพื่อให้มีความเข้มข้นเท่ากับเลือด นอกจากนั้นน้ำเกลือยังช่วยเปิดเส้นเลือดไว้ เพื่อให้เลือดหมุนเวียน จนยาที่ผสมอยู่สามารถไหลเข้าไปหล่อเลี้ยงเส้นเลือดดำได้อย่างราบรื่น



Monday, August 1, 2011

5 วิธีเลือกที่นั่งต้านกระดูกเสื่อม

เมื่อมีอายุมากขึ้นทุกคนอาจเป็นโรคกระดูกเสื่อมได้ตามธรรมชาติ แต่สำหรับผู้ที่
ต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน หรือนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน
โรคนี้อาจมาเยือนได้เร็วกว่าบุคคลอื่น ซึ่งวิธีการป้องกันหรือชะลอภาวะกระดูกเสื่อม
แบบง่ายๆ นั้น ทำได้โดยการเลือกที่นั่งให้เหมาะสม 5 วิธี ดังนี้

1. ความสูงของเก้าอี้ ต้องเท่ากับช่วงยาวของขาท่อนล่าง (น่อง) ตั้งแต่ข้อพับ
หลังหัวเข่าลงไปถึงเท้า เพื่อจะได้วางเท้าราบพื้นพอดี

2. รูปร่างของเบาะนั่ง ต้องไม่บุ๋มเป็นแอ่ง มิเช่นนั้นจะทำให้กระดูเชิงกราน
(ซึ่งเป็นฐานของกระดูกสันหลังทั้งหมด) บิดงอ

3. เบาะไม่ควรอยู่ลึกเกินไป และพนักพิงไม่ควรอยู่ไกลเกินไป หากพิงไม่ถึง
และต้องเอนตัวไปด้านหลัง จะทำให้หลังงอ

4. ควรมีพนักพิง เพื่อช่วยดันหลังให้อยู่ในท่าตรงตามธรรมชาติ

5. ที่เท้าแขนอยู่ในระดับที่งอข้อศอกแล้ววางแขนได้พอดี เพราะนอกจากใช้พักแขน
และข้อศอกแล้วยังใช้สำหรับดันเพื่อยืดตัวให้ตรงขึ้นได้